2011/Jun/23

เนื้อเพลง
ใจของฉันมันเป็นของเธอแล้วรู้บ้างไหม
อยากจะซ่อนอาการผิดปกติต้องทำอย่างไง
เพราะฉันไม่อยากที่จะเป็นปัญหาของใคร
ไม่อยากให้เธอกับเขาต้องมาผิดใจรู้มั้ย

ไม่ใช่คนดีอะไรมากมาย แต่ไม่อาจกับถึงใจร้าย
แต่ถ้าเธอน่ารักกว่านี้ ฉันอาจจะทำผิดได้

ขอเธออย่าน่ารักกว่านี้ อย่าน่ารักเกินกว่านี้
ฉันไม่อยากคิดผิด กำลังตั้งสติ ขอเธอช่วยฉันที
ขอเธออย่าน่ารักกว่านี้ ขอเธออย่ายิ้มแบบนี้
ไม่ได้ดัดจริต แต่เธอไม่มีสิทธิ์นะ ทำฉันหวั่นไหวไปกันใหญ่
ขอร้องเธอดีๆ อย่าน่ารักไปกว่านี้จะได้ไหม
(ขอร้องเธอดีๆ ได้โปรดอย่ามองมาทางนี้จะได้ไหม)

ใจนั้นลอยไปแล้วตามกลับมาไม่ทัน
จะไปตาที่ตัวเธอนั้น ฉันคงทำไม่ได้
เพราะฉันนั้นควรพอใจกับตรงนี้ใช่ไหม
ไม่ควรที่จะเข้าไปและยุ่งเรื่องของใคร

**ขอเธออย่าน่ารักกว่านี้ อย่าน่ารักเกินกว่านี้
ฉันไม่อยากคิดผิด กำลังตั้งสติ ขอเธอช่วยฉันที
ขอเธออย่าน่ารักกว่านี้ ขอเธออย่ายิ้มแบบนี้
ไม่ได้ดัดจริต แต่เธอไม่มีสิทธิ์นะ ทำฉันหวั่นไหวไปกันใหญ่
ขอร้องเธอดีๆ อย่าน่ารักไปกว่านี้จะได้ไหม

ไม่ใช่คนดีอะไรมากมาย แต่ไม่อาจกับถึงใจร้าย
แต่ถ้าเธอน่ารักกว่านี้ ฉันอาจจะทำผิดได้

**,**
///////////////////////
ฟังเพลงนี้ครั้งแรก จากวิทยุ เพราะดี เนื้อหาน่ารัก โดนใจ แถมยังไม่รู้ว่าใครร้อง แต่ทุกๆ อย่างของเพลงนี้ ทั้งเสียงร้อง ทำนอง เนื้อหาของเพลง มันช่างลงตัวจริงๆ
ชอบเพลงนี้มากๆนะ ไม่ได้เป็นแนวไปแย่งใคร แต่เป็นแนวน่ารักมากกว่า หยิกกัด "คนเราก็มีเผลอไผลไปบ้างถ้าเจอคนหน้าตาดีแต่มีเจ้าของ รู้สึกแค่อยากมอง คงไม่ผิดอะไร 55"
ฟังเพลงนี้บ่อยๆ ก็ทำให้คิดมิวสิควีดีโอขึ้นมาเอง ซึ่งตอนนั้นก็ยังไม่รู้ว่าใครร้อง มิวสิควีดีโอเป็นอย่างไร แต่ก็ยังไม่ได้คิดจะ search หามิวสิควีดีโอมาดู
คิดว่า อิช์ค ประสบความสำเร็จของการเป็นนักร้องนะ ที่มีคนฟังชอบเพลงที่อิช์คร้อง ทั้งๆ ที่ไม่ได้รู้จักว่าใครเป็นคนร้อง ฟังแต่เพลงจริงๆ ไม่มีเงื่อนไขอื่นๆที่ทำให้ชอบเพลงนี้
แต่ก่อนเขียนบล็อกนี้ ไปดูมิวสิควีดีโอของเพลงนี้มาแล้ว เพิ่งเห็นหน้าตานักร้อง เมื่อก่อนก็พอรู้บ้างว่าใครร้อง แต่ว่าไม่รู้จักหน้าตา แต่พอเห็นหน้าตาในมิวสิควีดีโอ ก็เป็นสาวที่น่ารักคนนึง มิวสิควีดีโอเก๋ไก๋มาก ไอเดียแจ่ม นำเครื่อง overhead มาเป็นลูกเล่นในมิวสิควีดีโอ เช่น พอเขียนรูปหัวใจ แล้วฉายไปบนฝาผนังสีขาว โดยรูปหัวใจนั้น ก็อยู่ตำแหน่งเดียวกับตำแหน่งหัวใจของพระเอกมิวสิควีดีโอ วาดภาพร่มก็ทำท่าจับร่ม เก๋ดี ชอบไอเดียของมิวสิควีดีโอนี้
เป็นมิวสิควีดีโอที่ดีอยู่แล้ว แต่ว่าเอิงคิดมิวสิควีดีโอนี้ขึ้นมาเอง โดยเพียงฟังแต่เพลงอย่างเดียว ก็ได้มิวสิควีดีโอเป็นดังนี้ แถมยังคิดท่าเต้นอีกด้วย (มันคิดขึ้นมาเอง ไม่ได้บังคับมัน แต่บังคับคนให้อ่าน ก็คนมันอยากเขียนนะ)
ฉากในมิวสิควีดีโอ เป็นฉากในสวนสนุก
ฉากส่วนใหญ่ เป็นภาพอิช์ค ร้องเพลง มองกล้อง และเดินไปตามทาง
ท่อนแรก เป็นตอนถ่าย อิช์ค เดินเข้ามาในสวนสนุก
ท่อน “เพราะฉันไม่อยากที่จะเป็นปัญหาของใคร” อิช์ค เดินตามผู้หญิงผู้ชายคู่นึง ซึ่งผู้ชายหล่อ พาแฟนสาวมาเที่ยวสวนสนุก
ท่อน “ขอเธออย่าน่ารักกว่านี้ อย่าน่ารักเกินกว่านี้” มีท่าประกอบโดยนำนิ้วชี้ทั้งสอง มาชี้ที่แก้มทั้งสองข้าง แล้วทำนิ้วชี้วนไปวนมา และโยกตัวไปมา แต่ช่วงแรกที่มีท่อนนี้ ร้องอย่าเดียวก่อนก็ได้
ท่อน “ฉันไม่อยากคิดผิด กำลังตั้งสติ ขอเธอช่วยฉันที” อิช์ค ร้องเพลง มองกล้อง และเดินไปข้างหน้า
ท่อน “ขอเธออย่าน่ารักกว่านี้ ขอเธออย่ายิ้มแบบนี้” เต้นท่านิ้วชี้วนแก้ม
ท่อน “ไม่ได้ดัดจริต…” อิช์คก็ร้องต่อหน้ากล้อง
ท่อน “ใจนั้นลอยไปแล้ว...” อิช์คเดินตามหนุ่มสาวคู่นั้น ไม่ว่าจะเดินไปไหน สาวๆ ก็จะมองแต่หนุ่มคนนี้ อิช์คก็ค่อยตามแล้วมาร้องต่อหน้ากล้องสลับกันไปมา
มีตอนที่ชายหนุ่มซื้อไอศรีมให้แฟน สาวรอบข้างมองด้วยความอิจฉา พอชายหนุ่มจะยื่นไอศรีมให้แฟน ก็เป็นภาพที่ทุกคนหยุดหมด ยกเว้นอิช์คที่ร้องเพลง แล้วก็หยิบไอศรีมไปทาน พอหยิบไอศรีมมา ทุกคนในกล้องก็เคลื่อนไหวต่อไป ชายหนุ่มทำหน้างงๆ ว่าไอศรีมหายไปไหน
และมีตอนที่ชายหนุ่มซื้อลูกโป่งให้แฟน จะยื่นให้แฟน ก็เป็นภาพที่ทุกคนหยุดอีก ยกเว้นอิช์คร้องเพลง จับลูกโป่งและเดินไป ทุกคนก็เคลื่อนไหวเป็นปกติ และชายหนุ่มทำหน้างงว่าลูกโป่งหายไปไหน
ภาพส่วนใหญในมิวสิควีดีโอ เป็นภาพที่ชายหนุ่มแทคแคร์แฟนสาว พาไปเล่นเกมส์ต่างๆ (ภาพของฉากอื่นๆ ต้องขึ้นอยู่กับหน้างาน ว่าจะทำเป็นลักษณะไหนสำหรับแทคแคร์) อิช์คเดินตาม และร้องเพลงไปด้วย สาวคนอื่นๆ มองแฟนสาวด้วยความอิจฉา
/////
ขอบคุณที่มีเพลงดีๆให้ฟัง
เพลงดีๆ คนถ่ายทอดดีๆ เพลงนี้ มีครบค่ะ

2011/May/18

แต่งเป็นพล็อตละครธรรมะ

ลูกชายคนรอง(B)จีบสาว ซึ่งสาวคนนี้เป็นที่หมายปองของนักเลงอีกร.ร.นึง นักเลงมาบอก B ว่าอย่ามายุ่งกับคนของข้า B บอกว่าจะยุ่ง
เพื่อนของ B คนนึง ก็ห้ามไม่ให้ไปยุ่งกับสาวคนนั้น B บอกว่าไม่สนสาวซักเท่าไรหรอก แต่ว่ามันติดตรงศักดิ์ศรีนะ เพื่อนคนอื่นยุ Bว่าอย่าไปยอมนักเลงพวกนั้น
ก็เลยนัดยกพวกตีกัน แล้วก็โดนตำรวจจับขึ้นโรงพัก พ่อของ B มาประกันตัว แล้วถามลูกชายว่า ทำไมถึงทำอย่างงี้ มันไม่ดี B ไม่สนใจเสียงของพ่อเค้าเลย กลุ่ม B โดนทัณฑ์บน
และก็รู้ว่ามา เพื่อนของ B ที่ห้ามเรื่องนี้ เป็นคนไปบอกตำรวจ Bและเพื่อนของ B ต่อว่าคนนั้นใหญ่ เพื่อน B คนนี้ ปกติจะเป็นคนเรียบร้อย ไม่สู้คนนัก พอโดนเพื่อนบอกว่าขี้ขลาด เพื่อน B ก็เสียงดังขึ้นมาทันที ว่า ข้าไม่ได้ขี้ขลาด แต่สิ่งที่พวกนายทำนั้น ไม่ใช่เป็นสิ่งที่ดีเลย การที่คนเราไม่มีเรื่องทะเลาะวิวาท เป็นคนขี้ขลาดกันทุกคนหรือ

พวกนักเลง กลับมาแก้แค้น B เพราะรู้ว่า B ต้องกลับบ้านกับพี่สาว ที่ท่ารถสองแถว เพื่อนของ B ก็มาส่ง เพราะคิดว่าเรื่องไม่จบแค่นี้แน่ ส่วนพ่อของ B ก็รู้สึกไม่ดี เลยขอให้กำนัน ขับรถไปรับลูกๆ เค้าวันนี้หน่อย
พอ B และพี่สาว ไปถึงท่ารถสองแถว B ก็เห็นพวกนักเลง คนที่มีเรื่องกับ B เดินเข้ามาหา แล้วกระซิบกับ B ว่า พี่สาวน่ารักดีนะ B โมโห เลยชกหน้า แล้วก็เกิดการตะลุมบอนขึ้น พี่สาวมาค่อยห้ามและตีฝ่ายตรงข้าม ก็โดนตบ
B ยิ่งโกรธเข้าไปใหญ่ เมื่อคนหาเรื่องรู้ตัวว่าเพลียงพล้ำ ก็ชักมีดมาจะแทง B โดนฟันผ่านที่แขน พอจะแทงอีกครั้งพ่อของ B ก็มารับแทน ตำรวจก็มาพอดี

ที่รพ. พี่สาวและB นั่งรออยู่หน้าห้องฉุกเฉิน
B ถามพี่สาว “เจ็บไหม”
พี่สาว จับแก้มตัวเอง “เดี๋ยวก็หาย”
B จับแผลที่โดนมีดฟันถากๆ ที่โดนทำแผลแล้ว “เจ็บมากเลย เจ็บตรงนี้มากเลย” Bเข้ามือซ้ายมาจับที่หัวใจ พี่สาวฟังแต่ไม่พูดอะไร
แม่ น้องอีก 2 คนและครูที่เป็นเพื่อนพ่อมาถึงรพ.
แม่มองลูกทั้งสอง “เป็นไงบ้างลูก”
พี่สาวตอบ “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ”
แม่นิ่งเงียบมองไปที่ห้องฉุกเฉินอย่างใจเย็น B เข้ามาหาแม่ ถามว่า “แม่ไม่ว่าอะไร ผมบ้างหรือครับ”
แม่บอกว่า “ไม่ต้องหรอก ลูกว่าตัวเองอยู่แล้วไม่ใช่หรือ”
B กราบตรงที่ไหล่แม่ “แม่ครับ ผมขอโทษ”

หมอออกมาจากห้องฉุกเฉิน บอกว่าพ่อปลอดภัย ทุกคนเข้าไปหา
พ่อบอกว่าอยากคุยกับ B เพียงลำพัง คนอื่นๆก็ออกไป
B พูดกับพ่อ “ทำไมพ่อถึงทำอย่างงั้น”
พ่อพูด “พ่อคงเห็นลูกเจ็บไม่ได้หรอก พ่อยอมเจ็บแทนเอง”
B ก็ร้องไห้ซบตรงมือของพ่อ
### ผมไม่รู้ว่าจะให้เพื่อนไม่ตีกันได้หรือเปล่า แต่ที่ผมรู้ผมจะไม่ทำอย่างงั้นอีก
เพราะมีคนเป็นห่วงผมอยู่ เจ็บแทนผมได้ด้วย
### มองแต่ตัวเอง ลืมมองว่า ยังมีใครค่อยห่วงเค้าอยู่อีก ใครรอการกลับบ้านของเค้าอยู่


***อยากให้ เพื่อนของพ่อที่เป็นครู เวลาออก ต้องพูดหลักคำสอนทุกครั้ง ถึงแม้ว่าเค้าจะพูดอะไรมากมาย ต้องจบด้วยหลักคำสอนเสมอ


ตัวละคร อาจจะดูไปไม่ปูพื้นมาเลย ก็เพราะเป็นบทละครตอนนึง นำไปเสนอเค้าแล้วไม่ผ่าน ติ/ชมได้ค่ะ จะได้ปรับปรุง

2011/Mar/08

เรื่องที่อยากเล่า เริ่มต้นจากเมล์ที่ forward กันมา

รางรถไฟกับการตัดสินใจ

มีเด็กกลุ่มหนึ่งเล่นกันใกล้รางรถไฟ2 ราง
รางหนึ่งอยู่ในระหว่างการใช้งาน
ในขณะที่อีกรางหนึ่งไม่ได้ใช้งานแล้ว
มีเพียงเด็กคนเดียวเท่านั้นที่เล่นบนรางที่ไม่ได้ใช้งาน
ส่วนเด็กที่เหลือนั่งเล่นอยู่บนรางที่ยังใช้งานอยู่


เมื่อรถไฟแล่นมาคุณอยู่ใกล้ๆที่สับรางรถไฟ
คุณสามารถเปลี่ยนทางรถไฟไปยังรางที่ไม่ได้ใช้งาน
เพื่อช่วยชีวิตเด็กส่วนใหญ่
แต่นั่นหมายถึงการเสียสละชีวิตของ
เด็กคนที่เล่นอยู่บนรางที่ไม่ได้ใช้งาน


หรือคุณเลือกจะปล่อยให้รถไฟวิ่งทางเดิม?


ลองหยุดคิดสักนิดมีทางเลือกใดที่เราสามารถตัดสินใจได้
คุณต้องทำการตัดสินใจก่อนที่จะอ่านต่อไป
แต่ รถไฟไม่สามารถหยุดรอ ให้คุณไตร่ตรองได้

คนส่วนมากอาจเลือกที่จะเปลี่ยนทางรถไฟ
และยอมสละชีวิตของเด็กคนนั้น

ผมคิดว่า คุณก็อาจจะคิดเช่นเดียวกัน
แน่นอน ตอนแรกผมก็คิดเช่นนี้เพราะการช่วยชีวิตเด็กส่วนมาก
ด้วยการเสียสละชีวิตเด็กหนึ่งคนนั้นดูสมเหตุผล
ทั้งทางศีลธรรมและความรู้สึก

แต่คุณเคยคิดบ้างไหมว่าเด็กที่เลือกเล่นบนรางที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว
ที่จริงเขาได้ตัดสินใจถูกต้องที่จะเล่นในสถานที่ๆปลอดภัยแล้วต่างหาก
แต่ทว่า เขากลับต้องเสียสละชีวิตให้กับเพื่อนที่ไม่ใส่ใจ
และเลือกที่จะเล่นในที่อันตราย


สถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นรอบตัวเราทุกวัน
ในสถานที่ทำงานย่านชุมชนการเมือง
โดยเฉพาะในสังคมประชาธิปไตย
คนกลุ่มน้อยมักจะถูกเสียสละให้กับผลประโยชน์ของคนหมู่มาก

แม้ว่าคนกลุ่มน้อยจะฉลาดมองการณ์ไกลและคนหมู่มากจะโง่เง่าไม่ใส่ใจก็ตาม
เด็กคนที่เลือกที่จะไม่เล่นบนรางที่อยู่ในการใช้งานตามเพื่อนๆของเขา
และคงไม่มีใครเสียน้ำตาให้หากเขาต้องสละชีวิตก็ตาม

เพื่อนที่ส่งต่อเรื่องนี้มาบอกว่าเขาจะไม่พยายามเปลี่ยนเส้นทางรถไฟ
เพราะเขาเชื่อว่าเด็กที่เล่นอยู่บนรางที่อยู่ในการใช้งานย่อมรู้ดีว่า
รางนั้นยังอยู่ในระหว่างการใช้งาน
และพวกเขาควรจะหลบออกมาเมื่อพวกเขาได้ยินเสียงหวูดรถไฟ

ถ้าทางรถไฟถูกเปลี่ยนเด็กหนึ่งคนนั้นต้องตายอย่างแน่นอน
เพราะเขาไม่เคยคิดว่ารถไฟจะเปลี่ยนมาใช้เส้นทางนั้น
นอกจากนั้น รางที่ไม่ได้ถูกใช้งานอาจเป็นเพราะรางนั้นไม่ปลอดภัย
ถ้ารถไฟถูกเปลี่ยนเส้นทางมาที่รางนี้
เราทำให้ชีวิตของผู้โดยสารทั้งหมดตกอยู่ในอันตราย
ในขณะที่คุณพยายามช่วยชีวิตเด็กจำนวนหนึ่งโดยการสละชีวิตเด็กหนึ่งคน
อาจกลายเป็นการสังเวยชีวิตผู้คนนับร้อยก็เป็นได้

เรารู้ว่าชีวิตเต็มไปด้วยการตัดสินใจอันยากลำบากบางครั้งเราอาจลืมไปว่า
การตัดสินใจอันรวดเร็วใช่จะเป็นสิ่งที่ถูกต้องเสมอไป
จำไว้ว่า สิ่งที่ถูกต้องไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่นิยมปฎิบัติ
และสิ่งที่เป็นที่นิยมไม่จำเป็นต้องถูกต้องเสมอไป
ทุกๆคนสามารถทำสิ่งผิดพลาดได้
และนั่นคือเหตุผลที่เขาใส่ยางลบไว้ที่ปลายของดินสอ

**********เป็นข้อความที่ได้รับจากเมล์ ไม่รู้ว่าใครเป็นคนคิด***********

**********แต่ขอบคุณมากๆ สำหรับข้อความดีๆ และลึกซึ้งนี้***********

ซึ่งข้อความนี้ ฉันได้ยินจากพ่อเป็นครั้งแรก

ฉันตอบพ่อว่า “ไม่สับราง เพราะคิดว่าเด็กส่วนใหญ่ ย่อมทราบดีว่าเล่นที่ไหน เค้าจะระวังตัวของเค้าเอง และหลบไปเองหละ”

ฉันก็ถามพ่อกลับว่า “แล้วพ่อตอบว่าอย่างไรค่ะ”

พ่อบอกว่า “ไม่สับราง คนที่ทำดีอยู่แล้ว ไม่ควรเดือดร้อนหรือรับโทษ เด็กคนเดียวที่เล่นบนรางที่ไม่ได้ใช้งาน เค้าคิดถูกแล้ว ว่าที่ที่เล่นนั้น ปลอดภัย”

***เรื่องที่อยากเล่า มันเริ่มจากตรงนี้ค่ะ

จากนั้นสองพ่อลูก ก็เอาเรื่องนี้ไปถามแม่ เมื่อแม่ได้ยินดังนั้น ก็ตอบขึ้นทันทีที่เล่าจบ “ไม่เปลี่ยน โง่นัก ก็ให้ตายไปเลย ไม่รู้จักคิดว่าที่ไหนควรเล่นไม่ควรเล่น” (แม่ฉันบู๊จริงๆ 55)

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า “ผลลัพธ์เหมือนกัน แต่เหตุผลต่างกัน”

ทายซิ แม่ฉันทำงานอะไร